ผู้ชม
วันนี้ 272
เมื่อวาน 500
ทั้งหมด 376,217
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 281
เมื่อวาน 537
ทั้งหมด 442,088

          

          ผู้เขียนเคยเขียนลงหนังสือรายปักษ์ก็หลายเล่มอยู่ ปัจจุบันผู้เขียนได้ออกหนังสือของผู้เขียนเอง เป็นหนังสือเคล็ดลับฮวงจุ้ยมาก็หลายเล่นแล้ว ปรากฏว่าได้รับความนิยมและอุปการคุณจากท่านผู้อ่านมากมาย ผู้เขียนจึงมีความคิดว่าจะพิมพ์(เขียน) หนังสืออีกเล่มหนึ่งซึ่งแหวกแนวหน่อย โดยเขียนเคล็ดลับฮวงจุ้ยผสมโหราศาสตร์ไทยระบบราศีจักร (ดวงอีแปะ) โหราศาสตร์พม่า (มหาภูติ) โหราศาสตร์มอญ (ทักษา) และรวมหลายวิชาอยู่ในเล่มเดียวกัน สอนตั้งแต่เริ่มต้นถึง พยากรณ์จร มีดวงตัวอย่างให้ท่านที่เป็นนักโหราศาสตร์ และไม่เป็นเลยก็สามารถอ่านแล้วเข้าใจ เพราะผู้เขียนจะไม่เขียนแบบวิชาการ จะเขียนแบบเราคุยกัน ถ้าหนังสือเล่มที่ท่านผู้อ่านให้การสนับสนุน ผู้เขียนก็จะเขียนเล่มต่อไปเรื่อยๆ มีดวงตัวอย่างและบ้านตัวอย่าง รวมทั้งทำเลหลุมฝังศพตัวอย่าง พร้อมทั้งวิธีแก้ไขเคล็ด


                                            ผู้เขียนเกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ใกล้สะพานกษัตริย์ศึก บ้านผู้เขียนในวัยเด็กอยู่ถนนบรรทัดทอง ใกล้ตลาดกลางไข่ ตลาดเจริญผล บิดาผู้เขียนเป็นคนมาจากประเทศจีน มารดาผู้เขียนก็มาจากประเทศจีน บิดาผู้เขียนมีบุตร 2 คน  มีบุตรชายหญิง 14 คน  ผู้เขียนเป็นคนโตในครอบครัว ในวัยเด็กเกิดมาก็พบความยากจนแล้ว บิดามารดาก็ส่งเรียนจนถึงมัธยม 2 (เทียบเท่า ป. 6 ) เมื่อก่อนผู้เขียนแซ่ตั้งชื่อเม่งเจีย เริ่มเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านคือโรงเรียน กาญจนเทพวิทยา จนจบ ป. 4 โรงเรียนนี้มีคนดังที่เป็นเพื่อนผู้เขียนคือ พ.ต.อ. มนัส อริยะมงคล และ พ.ต.อ. พนัส อริยะมงคล ซึ่งในสมัยเด็กมีชื่อเล่นว่า เล็ก-ใหญ่ เพราะเป็นคู่แฝด และผู้เขียนเคยอ่านหนังสือพิมพ์พบอีกท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นโปรโมเตอร์ชื่อดัง เป็นบุตรชายของเจ้าของโรงเรียน ภูมิลำเนาย่านที่ผู้เขียนอยู่เป็นของคนจีนส่วนมาก ผู้เขียนเรียนจบ ป. 4 ที่ โรงเรียนกาญจนเทพและเรียนต่อ โรงเรียนรัตนานุศาสตร์ อยู่ถนนรองเมืองใกล้กับโรงเรียนสัตบุตรบำรุงปัจจุบัน ส่วนโรงเรียนที่ผู้เขียนได้ย้ายไปอยู่ที่พระโขนง ปัจจุบันคงเปลี่ยนชื่อแล้ว

       ผู้เขียนไม่ได้เรียนสูงเพราะความยากจนของครอบครัว แต่ผู้เขียนเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เป็นลูกจ้างเขาก็หาเวลาเรียนภาษาจีนบ้างที่โรงเรียนโรจนปัญญา เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมบ้าง เรียนเทควันโด ลีลาศ กีตาร์ กังฟู กระบี่กระบอง ผู้เขียนเคยเป็นลุกจ้างย้ายตลาดนัด สมัยก่อนที่สนามหลวงจะมีตลาดนัด ทุกเสาร์-อาทิตย์ ขายของตลาดนัดนี้ลำบากมาก ตอนวันศุกร์เที่ยงคืนต้องรับของขึ้นรถถึง 3 คัน ไปลงที่สนามหลวง ของที่ขายคือจานกระเบื้อง จานเคลือบ ช้อน กะละมัง แก้ว แจกัน และอีกหลายอย่าง ผู้เขียนตอนนั้นอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ต้องขนของเหนื่อยและต้องกางผ้าใบอีก กลางคืนก็ไปหิ้วน้าแถวพระแม่ธรณีบีบมวยผมมาสองถัง ต้องอาบอย่างประหยัดและนอนที่สนามหลวงเพื่อเฝ้าของด้วย แต่ไม่ได้เฝ้าหรอกครับ พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ใครจะหามไปลงทะเลก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเพลียมาทั้งวัน เวลายืนขายของยังยืนหลับเลยครับ พอเสร็จจากวันอาทิตย์ก็ขนย้ายของเอาเต็นท์ลง แล้วก็ไปต่อใหม่ที่แถวยานนาวาตอนนั้นมีตลาดนัดวันจันทร์ พอขายที่ใหม่เสร็จก็ไปต่อที่หลังโรงเรียนวชิระ วันพุธก็ไปขายที่ตลาดนัดคลองเตย พฤหัส ศุกร์ ก็ไปขายที่ภาษีเจริญ เสาร์อาทิตย์ก็มาที่สนามหลวง และบางครั้งก็แยกร้านไปตามงานต่างจังหวัด เช่น งานพระสมุทรเจดีย์สมุทรปราการ งานที่นครปฐม ตรงที่เราไปไหว้พระเจดีย์ งานกาชาดที่แปดริ้ว(ฉะเชิงเทรา) งานที่อยุธยาตำบลหัวรอ พระราชวังจันทร์เกษม และอีกหลายแห่ง เป็นลูกจ้างอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ปี ผู้เขียนก็เปลี่ยนงานมาเป็นลุกจ้างขายขนมที่จังหวัดนนทบุรี อยู่ที่นี่นาน 3 ปีครึ่ง อายุตอนนั้น 20 ปี แล้วก็ออกจากงาน ให้คุณแม่ยืมเงินน้าชาย 5,000 บาทมาเริมต้นกิจการ และก็เริ่มขายมาเรื่อยๆ ตอนมาขายของเองนี้ผู้เขียนล้ม(เจ้ง) หลายครั้งเพราะถูกน้องขโมยไปหมด ผู้เขียนตีเช็คเป็น 100 ใบเด้งหมด แต่ผู้เขียนไม่หนียอมติดคุก เพราะไม่มีเงินจะหนี ที่เขียนมานี่ไม่ได้ประจานใคร แต่อยากจะแนะนำท่านที่กำลังพบอุปสรรคการเงินอยู่ อย่าทำเกินตัวมากเกินไป ที่ผู้เขียนมีผู้เชิญไปดูฮวงจุ้ย(ทำเลบ้าน) ส่วนใหญ่ทำเกินตัวไป แก้เรื่องหนี้สินเสียส่วนใหญ่ ที่ผู้เขียนได้เขียนมานี้ไม่ได้มีเจตนาจะประจานผู้เชิญ ไม่ได้นินทาผู้เชิญ เพียงต้องการเป็นอุทาหรณ์ให้ท่านผู้อ่านได้รู้ และไปไตร่ตรอง ถ้าเกิดปัญหาแล้วทุกอย่างแก้ไขได้ ไม่ต้องวอร์รี่(worry) นะครับ จงสู้ต่อไปอย่างมากก็แค่ตาย คนเราถ้าไม่มีอุปสรรค ชีวิตคนนั้นก็จะรู้สึกว่าไม่มีรสชาติ เพราะเหตุการณ์เท่านั้นที่จะสร้างวีรบุรุษ ยกตัวอย่างเช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นต้น ท่านต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาแล้วทั้งนั้น ถึงจะเป็นคำว่ามหาราช คำนี้ไม่ได้อยู่ดีๆแล้วจะเป็นได้นะครับ


         ตอนผู้เขียนจะล้มหรือเซเรื่องการค้า ผู้เขียนได้ไปพบหนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่า เป็นโหรภายใน 22 ชั่วโมงผู้เขียนก็คิดว่าลองซื้อมาอ่านเผื่อว่าแก่ตัว ถ้าการค้าล้มแล้ว ผู้เขียนมีวิชานี้ก็สามารถไปนั่งสนามหลวงได้ ยังไงก้ไม่อดตาย วิชานี้ปรกติผู้เขียนไม่เคยชอบเลย เพราได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่า ไปดูหมอแล้ว หมอก็ช่วยไม่ได้ ซ้ำเรียกค่าสะเดาะเคราะห์เสียอีก เหมือนดังอาจม กู้ที่แสดงอิทธิฤทธิ์เรื่องเปรต และมีวัดดังก็เลยหลอกคนให้ทำบุญ จะได้พบพระพุทธเจ้า เหล่านี้ผู้เขียนจะไม่เชื่อเลย แต่แล้วก็เหมือนฟ้าลิขิตให้ชีวิตเดินทางมาเป็นโหร ผู้เขียนกว่าจะมีวันนี้ได้ก็เพราะ คุณสืบศักดิ์ (ต๋อม)พันธ์สีลา ได้ชักนำผู้เขียนเข้ามาเขียนในหนังสือรายปักษ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งคุณสืบศักดิ์เป็นบรรณาธิการอยู่ และผู้เขียนก็ไม่เคยลืมบุญคุณของคุณสืบศักดิ์เลย คนเราแม้จะเก่งอย่างไร ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ ก็เหมือนหลักของฮวงจุ้ยมีอยู่ 3 ข้อ

1. ต้องทำบุญ

2. ต้องประพฤติดีมีจริยธรรม

3. ต้องแก้ฮวงจุ้ย

สามสิ่งนี้ถ้าพร้อมทุกคนเราจะไม่ตกต่ำเลย แม้มีอุปสรรคก็สามารถแก้ไขได้ ที่ผู้เขียนเปลี่ยนชื่อเป็น คลังจินดา คลังเงินตรากลัวเป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนดังเพลงที่คุณแอ๊ดคาราบาวร้อง

การดูถูกผู้อื่น

ทำเลบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

ดูบ้านราคา 15.5 ล้านบาท

มหัศจรรย์ลูกหายแล้วได้คืน

      เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง(ไม่ได้โม้) เมื่อหลานชายผม(ลูกชายของน้องสาวคือ(อ.อัปสร คลังเงินตรา)อายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง กำลังน่ารัก คนทั้งตลาดจะมาขออุ้ม ขอพาไปกินข้าวบ้าง หรือบางทีก็พาไปเที่ยว ต่อไปเป็นการบอกเล่าจาก อ.อัปสร เองดังนี้ครับ
      ดิฉันรู้สึกดีใจที่ทุกคนรักลูกของดิฉัน ประกอบกับช่วงนั้นดิฉันมุ่งทำงาน ทำให้ไม่ค่อยได้ดูแลลูกเท่าไร เขาก็เล่นอยู่ข้างๆบ้าง หรือบางทีก็วิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆ วันนั้นเป็นวันเกิดของเพื่อน เขามากินเหล้ากัน และมีอยู่คนหนึ่งซึ่งมาทำงานในกรุงเทพๆวันแรก(สมมุติชื่อว่า เอ) 
      วันนั้นเจ้าเอเขาบอกจะพาลูกดิฉันไปซื้อน้ำเป๊ปซี่ ดิฉันทำงานอยู่ก็ไม่เห็น ไม่รู้เอาลูกไปตอนไหน ดิฉันก็ไม่คิดอะไร ก็คิดว่าเดี๋ยวก็กลับมา เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงก็ยังไม่มาอีก ดิฉันเริ่มกังวล รู้สึกไม่สบายใจแล้วก็บอกให้ทุกคนช่วยกันตามหา ตามเท่าไรก็ไม่เจอ
      เวลานั้นคิดอะไรไม่ออกได้แต่ขอพรเพพเทวดาฟ้าดิน ได้โปรดช่วยดลใจให้คนที่เอาลูกของดิฉันไป กลับใจเอามาคืนด้วย ดิฉันร้องไห้จนน้ำตา จะเป็นสายเลือด ลูกก็ยังไม่กลับ เวลาผ่านไป1ชั่วโมงเหมือน 1ปี คุณผู้อ่าน อาจคิดว่าดิฉันคิด"โอเวอร์" แต่มันคือความจริง ส่วนสามีดิฉันก็ไปตามหากับพี่ชาย (อ.ธีรชาติ) ก็ไม่ได้เรื่อง จนฟ้าสางดิฉันตั้งใจจะไปหาหลวงพ่อเจริญที่วัดเพื่อให้ท่านนั่งทางในว่าลูกมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือถูกขายไปแล้ว
      จนกระทั่งประมาณ 9 โมงเช้า ก็ทราบว่าคนร้ายได้มาที่โรงงานแห่งหนึ่ง แต่ยามไม่ได้จับไว้ให้ ถามแต่ว่าเอาลูกของดิฉันไปไว้ไหน คนร้ายตอบว่า ได้เข้าห้องน้ำที่หมอชิต พอออกมาก็ไม่เจอลูกดิฉันแล้ว ดิฉันได้ยินแทบขาดใจรีบบึ่งมาที่หมอชิต ถามยาม ถามตำรวจ ถามประชาสัมพันธ์ ว่าเห็นลูกดิฉันไหม ไม่มีใครรู้ว่าลูกดิฉันอยู่ไหน กรรมของดิฉันหรืออย่างไรที่มาเจอเคราะห์กรรมแบบนี้(คนที่เป็นพ่อ เป็นแม่คน ย่อมเข้าใจความรู้สึกดี)
      พ่อของดิฉันยิ่งไม่สบายใจ (อ.คลังจินดา คลังเงินตรา) ได้ไปปล่อยปลาหลายร้อยตัวและอธิษฐานให้หลานของท่านได้กลับมาและท่านก็ได้จับยาม 3 ตา ดูว่าลูกดิฉันอยู่ไหน ในคำพยากรณ์นั้นลูกอยู่ในสถานที่รกร้างเป็นทุ่งหญ้าใกล้โรงงานเก่า และตอนนี้อยู่กับผู้หญิงลักษณะผมหยิกๆ ผิวดำแดง หลังจากนั้นพ่อก็ช่วยสะกดจิตสร้างภาพว่าหลานได้กลับมาแล้ว และมีคนโทร.มาติดต่อและมีคนมาบอกที่อยู่ของลูกดิฉัน นอกจากพ่อทุกคนก็ร่วมแรงร่วมใจสะกดจิตสร้างภาพให้ลูกของดิฉันกลับมาด้วย
      ในตอนนั้นดิฉันไม่มีใจจะทำอะไรแล้ว ถ้าเกิดไม่ได้ลูกกลับมาดิฉันคงจะกลายเป็นบ้าแน่นอน เพราะใจตอนนั้นไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย และพ่อดิฉัน ก็ได้นำสิงห์คาบดาบขึ้นไปติดโดยหันไปทางที่พุ่งผ่านมาที่ร้านและติดเพิ่มอีกจนครบทั้ง4ทิศ และก็ให้คุณแม่ทำน้ำมนต์พรมที่ร้านอธิฐานให้หลานกลับมาเร็วๆ
      เวลานั้นดิฉันเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก มีแต่พ่อที่ให้กำลังใจ ท่านบอกกับดิฉันว่ายังไงซะเขาเป็นลูกเรา เขาต้องกลับมาและพ่อก็ได้แก้ฮวงจุ้ยและสะกดจิตสร้างภาพ เต็มกำลังความสามารถแล้ว และถ้าเขามีบุญ เขาจะได้กลับมาอยู่กับเราแน่นอน ไม่ต้องห่วง
      หลังจากนั้นท่านผู้อ่านเชื่อหรือไม่ เวลาประมาณ 3 ทุ่ม มีคนเดินมาบอกว่าเขาฟัง จ.ส.100 อยู่ ทางรายการได้บอกว่ามีเด็กอายุราวๆ2ขวบครึ่ง ได้หลงมาอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าที่เขาไม่ใช้แล้วและมีคนแถวนั้นคอยดูแลให้ มีลักษณะเหมือนกับลูกดิฉันมาก 
      ดิฉันรีบโทรไปที่ จ.ส.100 เขาได้ให้เบอร์ของคนดูแล ดิฉันก็รีบโทรไปติดต่อ ถามว่า ใส่เสื้อกล้ามใช่ไหม ใส่สร้อยพระแก้วมรกตและมีห่วงเงินอยู่ที่ข้อเท้า ใช่หรือไม่ เขาบอกว่าใช่ ดิฉันดีใจมากแต่ก็ยังไม่แน่ใจจึงขอคุยกับลูกทางโทรศัพท์ เขาก็ถามว่าลูกของดิฉันพูดโทรศัพท์ได้หรือ ดิฉันบอกว่าได้ เขาก็ให้ลูกพูดโทรศัพท์กับดิฉัน ถามว่า ใช่ธนหรือเปล่า(เขาชื่อธน) ธนนี่แม่นะ  
ลูกดิฉันตอบกลับมาว่า "แม่" ดิฉันได้ยินเสียงก็จำได้ว่าใช่แน่ๆเลย แล้วทางโน้นเขาก็พูดโทรศัพท์ต่อ ดิฉันก็ขอที่อยู่และก็ไปรับลูก ดิฉันจำได้ว่า ช่วงเวลานั้น มันแสนทรมานที่สุดในชีวิต แต่ทุกอย่างก็คลี่คลายไปในทางที่ดี 
      ด้วยบุญบารมี รวมทั้งศาสตร์เร้นลับของฮวงจุ้ยที่ได้ช่วยกันส่งเสริมให้ลูกดิฉันได้กลับมาสู่อ้อมกอดอีกครั้งหนึ่ง นี่ละค่ะที่ดิฉันทึ่งในความมหัศจรรย์ของฮวงจุ้ย และรู้ซึ้งถึงความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก ทำให้ดิฉันยิ่งเคารพและรักพ่อแม่ของดิฉันเป็นร้อยเท่าทวีคูณ.
      
 19/83 ม.5 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
  สอบถามข้อมูลโทร.081-4458366
  เวลาทำการ 08.00-18.00น.
  ธีรชาติ คลังเงินตรา

 
   เบาะหนังรถยนต์   หลอด LED   ไมโครไพล์   รถลาก   แรงงานต่างด้าว   บริษัทรักษาความปลอดภัย  
เว็บสำเร็จรูป
×