ผู้ชม
วันนี้ 290
เมื่อวาน 500
ทั้งหมด 376,235
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 299
เมื่อวาน 537
ทั้งหมด 442,106

          

          ผู้เขียนเคยเขียนลงหนังสือรายปักษ์ก็หลายเล่มอยู่ ปัจจุบันผู้เขียนได้ออกหนังสือของผู้เขียนเอง เป็นหนังสือเคล็ดลับฮวงจุ้ยมาก็หลายเล่นแล้ว ปรากฏว่าได้รับความนิยมและอุปการคุณจากท่านผู้อ่านมากมาย ผู้เขียนจึงมีความคิดว่าจะพิมพ์(เขียน) หนังสืออีกเล่มหนึ่งซึ่งแหวกแนวหน่อย โดยเขียนเคล็ดลับฮวงจุ้ยผสมโหราศาสตร์ไทยระบบราศีจักร (ดวงอีแปะ) โหราศาสตร์พม่า (มหาภูติ) โหราศาสตร์มอญ (ทักษา) และรวมหลายวิชาอยู่ในเล่มเดียวกัน สอนตั้งแต่เริ่มต้นถึง พยากรณ์จร มีดวงตัวอย่างให้ท่านที่เป็นนักโหราศาสตร์ และไม่เป็นเลยก็สามารถอ่านแล้วเข้าใจ เพราะผู้เขียนจะไม่เขียนแบบวิชาการ จะเขียนแบบเราคุยกัน ถ้าหนังสือเล่มที่ท่านผู้อ่านให้การสนับสนุน ผู้เขียนก็จะเขียนเล่มต่อไปเรื่อยๆ มีดวงตัวอย่างและบ้านตัวอย่าง รวมทั้งทำเลหลุมฝังศพตัวอย่าง พร้อมทั้งวิธีแก้ไขเคล็ด


                                            ผู้เขียนเกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ใกล้สะพานกษัตริย์ศึก บ้านผู้เขียนในวัยเด็กอยู่ถนนบรรทัดทอง ใกล้ตลาดกลางไข่ ตลาดเจริญผล บิดาผู้เขียนเป็นคนมาจากประเทศจีน มารดาผู้เขียนก็มาจากประเทศจีน บิดาผู้เขียนมีบุตร 2 คน  มีบุตรชายหญิง 14 คน  ผู้เขียนเป็นคนโตในครอบครัว ในวัยเด็กเกิดมาก็พบความยากจนแล้ว บิดามารดาก็ส่งเรียนจนถึงมัธยม 2 (เทียบเท่า ป. 6 ) เมื่อก่อนผู้เขียนแซ่ตั้งชื่อเม่งเจีย เริ่มเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านคือโรงเรียน กาญจนเทพวิทยา จนจบ ป. 4 โรงเรียนนี้มีคนดังที่เป็นเพื่อนผู้เขียนคือ พ.ต.อ. มนัส อริยะมงคล และ พ.ต.อ. พนัส อริยะมงคล ซึ่งในสมัยเด็กมีชื่อเล่นว่า เล็ก-ใหญ่ เพราะเป็นคู่แฝด และผู้เขียนเคยอ่านหนังสือพิมพ์พบอีกท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นโปรโมเตอร์ชื่อดัง เป็นบุตรชายของเจ้าของโรงเรียน ภูมิลำเนาย่านที่ผู้เขียนอยู่เป็นของคนจีนส่วนมาก ผู้เขียนเรียนจบ ป. 4 ที่ โรงเรียนกาญจนเทพและเรียนต่อ โรงเรียนรัตนานุศาสตร์ อยู่ถนนรองเมืองใกล้กับโรงเรียนสัตบุตรบำรุงปัจจุบัน ส่วนโรงเรียนที่ผู้เขียนได้ย้ายไปอยู่ที่พระโขนง ปัจจุบันคงเปลี่ยนชื่อแล้ว

       ผู้เขียนไม่ได้เรียนสูงเพราะความยากจนของครอบครัว แต่ผู้เขียนเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เป็นลูกจ้างเขาก็หาเวลาเรียนภาษาจีนบ้างที่โรงเรียนโรจนปัญญา เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมบ้าง เรียนเทควันโด ลีลาศ กีตาร์ กังฟู กระบี่กระบอง ผู้เขียนเคยเป็นลุกจ้างย้ายตลาดนัด สมัยก่อนที่สนามหลวงจะมีตลาดนัด ทุกเสาร์-อาทิตย์ ขายของตลาดนัดนี้ลำบากมาก ตอนวันศุกร์เที่ยงคืนต้องรับของขึ้นรถถึง 3 คัน ไปลงที่สนามหลวง ของที่ขายคือจานกระเบื้อง จานเคลือบ ช้อน กะละมัง แก้ว แจกัน และอีกหลายอย่าง ผู้เขียนตอนนั้นอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ต้องขนของเหนื่อยและต้องกางผ้าใบอีก กลางคืนก็ไปหิ้วน้าแถวพระแม่ธรณีบีบมวยผมมาสองถัง ต้องอาบอย่างประหยัดและนอนที่สนามหลวงเพื่อเฝ้าของด้วย แต่ไม่ได้เฝ้าหรอกครับ พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ใครจะหามไปลงทะเลก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเพลียมาทั้งวัน เวลายืนขายของยังยืนหลับเลยครับ พอเสร็จจากวันอาทิตย์ก็ขนย้ายของเอาเต็นท์ลง แล้วก็ไปต่อใหม่ที่แถวยานนาวาตอนนั้นมีตลาดนัดวันจันทร์ พอขายที่ใหม่เสร็จก็ไปต่อที่หลังโรงเรียนวชิระ วันพุธก็ไปขายที่ตลาดนัดคลองเตย พฤหัส ศุกร์ ก็ไปขายที่ภาษีเจริญ เสาร์อาทิตย์ก็มาที่สนามหลวง และบางครั้งก็แยกร้านไปตามงานต่างจังหวัด เช่น งานพระสมุทรเจดีย์สมุทรปราการ งานที่นครปฐม ตรงที่เราไปไหว้พระเจดีย์ งานกาชาดที่แปดริ้ว(ฉะเชิงเทรา) งานที่อยุธยาตำบลหัวรอ พระราชวังจันทร์เกษม และอีกหลายแห่ง เป็นลูกจ้างอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ปี ผู้เขียนก็เปลี่ยนงานมาเป็นลุกจ้างขายขนมที่จังหวัดนนทบุรี อยู่ที่นี่นาน 3 ปีครึ่ง อายุตอนนั้น 20 ปี แล้วก็ออกจากงาน ให้คุณแม่ยืมเงินน้าชาย 5,000 บาทมาเริมต้นกิจการ และก็เริ่มขายมาเรื่อยๆ ตอนมาขายของเองนี้ผู้เขียนล้ม(เจ้ง) หลายครั้งเพราะถูกน้องขโมยไปหมด ผู้เขียนตีเช็คเป็น 100 ใบเด้งหมด แต่ผู้เขียนไม่หนียอมติดคุก เพราะไม่มีเงินจะหนี ที่เขียนมานี่ไม่ได้ประจานใคร แต่อยากจะแนะนำท่านที่กำลังพบอุปสรรคการเงินอยู่ อย่าทำเกินตัวมากเกินไป ที่ผู้เขียนมีผู้เชิญไปดูฮวงจุ้ย(ทำเลบ้าน) ส่วนใหญ่ทำเกินตัวไป แก้เรื่องหนี้สินเสียส่วนใหญ่ ที่ผู้เขียนได้เขียนมานี้ไม่ได้มีเจตนาจะประจานผู้เชิญ ไม่ได้นินทาผู้เชิญ เพียงต้องการเป็นอุทาหรณ์ให้ท่านผู้อ่านได้รู้ และไปไตร่ตรอง ถ้าเกิดปัญหาแล้วทุกอย่างแก้ไขได้ ไม่ต้องวอร์รี่(worry) นะครับ จงสู้ต่อไปอย่างมากก็แค่ตาย คนเราถ้าไม่มีอุปสรรค ชีวิตคนนั้นก็จะรู้สึกว่าไม่มีรสชาติ เพราะเหตุการณ์เท่านั้นที่จะสร้างวีรบุรุษ ยกตัวอย่างเช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นต้น ท่านต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาแล้วทั้งนั้น ถึงจะเป็นคำว่ามหาราช คำนี้ไม่ได้อยู่ดีๆแล้วจะเป็นได้นะครับ


         ตอนผู้เขียนจะล้มหรือเซเรื่องการค้า ผู้เขียนได้ไปพบหนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่า เป็นโหรภายใน 22 ชั่วโมงผู้เขียนก็คิดว่าลองซื้อมาอ่านเผื่อว่าแก่ตัว ถ้าการค้าล้มแล้ว ผู้เขียนมีวิชานี้ก็สามารถไปนั่งสนามหลวงได้ ยังไงก้ไม่อดตาย วิชานี้ปรกติผู้เขียนไม่เคยชอบเลย เพราได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่า ไปดูหมอแล้ว หมอก็ช่วยไม่ได้ ซ้ำเรียกค่าสะเดาะเคราะห์เสียอีก เหมือนดังอาจม กู้ที่แสดงอิทธิฤทธิ์เรื่องเปรต และมีวัดดังก็เลยหลอกคนให้ทำบุญ จะได้พบพระพุทธเจ้า เหล่านี้ผู้เขียนจะไม่เชื่อเลย แต่แล้วก็เหมือนฟ้าลิขิตให้ชีวิตเดินทางมาเป็นโหร ผู้เขียนกว่าจะมีวันนี้ได้ก็เพราะ คุณสืบศักดิ์ (ต๋อม)พันธ์สีลา ได้ชักนำผู้เขียนเข้ามาเขียนในหนังสือรายปักษ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งคุณสืบศักดิ์เป็นบรรณาธิการอยู่ และผู้เขียนก็ไม่เคยลืมบุญคุณของคุณสืบศักดิ์เลย คนเราแม้จะเก่งอย่างไร ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ ก็เหมือนหลักของฮวงจุ้ยมีอยู่ 3 ข้อ

1. ต้องทำบุญ

2. ต้องประพฤติดีมีจริยธรรม

3. ต้องแก้ฮวงจุ้ย

สามสิ่งนี้ถ้าพร้อมทุกคนเราจะไม่ตกต่ำเลย แม้มีอุปสรรคก็สามารถแก้ไขได้ ที่ผู้เขียนเปลี่ยนชื่อเป็น คลังจินดา คลังเงินตรากลัวเป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนดังเพลงที่คุณแอ๊ดคาราบาวร้อง

การดูถูกผู้อื่น

ทำเลบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

ดูบ้านราคา 15.5 ล้านบาท

               

             เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เหนือฟ้า ใต้บาดาล เดินทางไปเมือง แฮนโนเวอร์ ประเทศเยอรมนีก็เหมือนกัน คำว่าใสไปนอก ที่เงอะๆงะๆ แล้วเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อหาเบียร์เย็นๆ (หนาวๆ) จิบเอาไออุ่น

 

    ก่อนที่จะเข้าไปไหว้ร้านนั้น บังเอิญเหลือบไปเห็นที่หน้าร้านเขาได้แขวนกระเบื้องทำเป็น ฮู้ แปดเหลี่ยมเขียนเป็นภาษาจีน

 

    พอเปิบไดที่ ภาษาประกิตเกิดคล่องก็เลยถามเจ้าหน้าที่ของร้านว่าทำไมถึงมีกระเบื้องอะไรมาแขวน

 

     เจ้าหน้าที่สาวหน้าตาหมวย ตอบว่ามันเป็นซุปเปอร์เมเซอรั่ล ติดแล้วมีโชคลาภ ลูกค้าตรึมแม้แต่ยูอยู่เมืองไทยยังต้องมาอุดหนุน เธอโม้เข้าไปขนาดนั้น

 

     จริงหรือไม่ตามคำบอกมันก็เป็นคำถามที่คาใจ!!

 

      พอกลับมาถึงบ้านเรา นึกขึ้นได้ว่ามีที่ทานพรรคพวกกันแห่งหนึ่งเปิดบริการเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ในย่านลาดพร้าวซอย 87 เขาก็ติดแขวน ฮู้ อย่างว่านี้เช่นกัน

 

    จะมีพลังอย่างที่จริงหรือ….ขอคำเฉลย!!

 

    ร้านที่ว่านี้เป็นเป็นของ คุณอนันต์ ร่มรื่นวาณิชกิจ ชื่อ เอสเอ ออโต้ไฮเทค หลังจากที่ป้อนคำถามไปก็ได้รับคำตอบจากเจ้าของกิจการว่า

 

      ก็ไม่รู้เช่นกันว่า พลังจาก ฮู้ หรือว่า เฮง  เมื่อก่อนนั้นก็เป็นเพียงอู่เล็กๆ มีลูกค้าไม่เท่าไรแต่ต่อมาก็ได้ขยายกิจการขึ้นมาจนถือว่าเป็น อู่ ที่ใหญ่ที่สุดในย่านลาดพร้าว ขี้โม้พอๆกับสาวเยอรมัน!!

 

       แล้วก็บอกต่อว่าหลังจากที่ใด้ติดฮู้แก้ฮวงจุ้ยแล้ว วิถีทางการงานนั้นดีขึ้น เขาได้รับรางวัลช่างสีชนะเลิศฝีมือแห่งชาติ  แล้วในปีต่อๆมาลูกน้องก็ได้รับรางวับเช่นกัน เป็นที่ 2 และที่ 3

 

        แถมยังได้รับการยกระดับขึ้นเป็นอู่กลางของกรมการประกันภัย มีลูกค้าส่งรถยนต์เข้ามาทำการซ่อมที่อู่นี้หลายร้อยคัน

 

        จากผลงานเหล่านี้ จะด้วยแรงและพลังแห่ง ฮู้ หรือไม่ ....??  คุณ อนันต์  ร่มรื่นวาณิชกิจ เองก็ตอบไม่ได้ แต่ว่าตนเองนั้นมีความเชื่อมั่นในศาสตร์นี้ว่าส่วนช่วยไม่น้อยเช่นกัน

 

       เพราะจะเก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้อง เฮง ด้วย !!!

 

       เขาเผยว่า  ซินแสที่มาดำเนินการในการแก้เคล็ดอะไรต่างๆ ในนี้คือ อาจารย์คลังจินดา คลังเงินตรา

 

       เหนือฟ้าใต้บาดาล  ตามไปที่บ้านเลขที่ 19/83 ซอยพิบูลสงคราม 19  สวนใหญ่ อ.เมือง นนทบุรี  เป็นบ้านอาจารย์คลังเงินตรา ซึ่งเป็นสำนักสอนวิชาดวงพยากรณ์ แต่ไม่เจอตัวอาจารย์ เนื่องจากวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ อาจารย์ไปทำการสอนฮวงจุ้ยที่โรงแรมโกลเด้น ดราก้อน นนทบุรี  ก็ตามไปอีกจนพบ

 

         อาจารย์คลังเงินตรา บอกว่า ฮู้ หรือยันต์ที่ว่านี้มีชื่อว่า ยันต์ 8 ทิศ ซึ่งก็มีหลายอย่างนับ 10 ชนิด ที่นำไปติดที่อู่ เอส เอ  นั้นคือ ยันต์กันแอร์ หรือ เคียงกังอ๊วกกี้ เป็นยันต์ฮ่องเต้ถือขวานเป็นการเตรียมการป้องกันภัยและสิ่งที่เป็นอัปมงคล

 

        แล้วก็ขยายความต่อไปอีกว่า แอร์ หรือเครื่องปรับอากาศนั้น คอมมีพลังไฟฟ้าในการหมุน ซึ่งมันจะบดเอาโชคลาภให้ละเอียด ไม่สามารถเข้ามาอำนวยแค่บ้านที่อยู่ในทิศทางของการติดตั้งเครื่องแอร์ได้

 

       ยันต์นี้จะเหมือนกับสายฟ้าพิฆาต ทะลุทะลวงพาโชคลาภให้ผ่านไปได้โดยบ่ยั่นต่อพลัง เนียบกี๋ ของเครื่องแอร์หรือเครื่องปรับอากาศที่จะมาบดมาขยี้ (เป็นยันต์ที่ทันสมัยเปี๊ยบเลย)

 

       ฉะนั้น….ลาภต่างๆ จึงเข้ามาได้อย่างสะดวกสบายอะไรเทือกนั้น

 

       ยังมีของแถมอีกว่าที่อู่เอสเอนั้น คุณพรชัย พุฒิแสงจันทร์  ซึ่งเป็นศิษย์ของอาจารย์คลังเงินตรา ได้เอากระเดื่องไปติดตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานเป็นการเสริมพลังและแก้เคล็ด

 

        ว่ากันว่ากระเดื่องนี้เขาจะเอาไปเป็นตัวแก้เคล็ดในทางสามแพร่ง  แต่ที่เอามาตั้งที่โต๊ะนั้นเป็นการย่อส่วนลง  ซึ่งกระเดื่อง (เหมือนกับครกตำข้าว) จะมีพลังในการตำสิ่งที่เลวร้ายที่เป็นอัปมงคลที่จะมาถึงตัวให้แหลกละเอียด...

 

        ...ไม่สามารถที่จะมีพลังมาทำร้ายได้!!

 

         เมื่อไม่มีสิ่งที่เลวร้ายมากกระทบกระเทือน ชีวิตมันก็ไปได้ฉลุย

 

         แต่ว่าบุคคลนั้นๆ ก็ต้องประกอบในกรรมดีด้วย...ซินแสเขาบอกอย่างนั้น

 

 

           

 19/83 ม.5 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
  สอบถามข้อมูลโทร.081-4458366
  เวลาทำการ 08.00-18.00น.
  ธีรชาติ คลังเงินตรา

 
   เบาะหนังรถยนต์   หลอด LED   ไมโครไพล์   รถลาก   แรงงานต่างด้าว   บริษัทรักษาความปลอดภัย  
เว็บสำเร็จรูป
×