ผู้ชม
วันนี้ 281
เมื่อวาน 500
ทั้งหมด 376,226
ชมหน้าอื่นๆ
วันนี้ 290
เมื่อวาน 537
ทั้งหมด 442,097

          

          ผู้เขียนเคยเขียนลงหนังสือรายปักษ์ก็หลายเล่มอยู่ ปัจจุบันผู้เขียนได้ออกหนังสือของผู้เขียนเอง เป็นหนังสือเคล็ดลับฮวงจุ้ยมาก็หลายเล่นแล้ว ปรากฏว่าได้รับความนิยมและอุปการคุณจากท่านผู้อ่านมากมาย ผู้เขียนจึงมีความคิดว่าจะพิมพ์(เขียน) หนังสืออีกเล่มหนึ่งซึ่งแหวกแนวหน่อย โดยเขียนเคล็ดลับฮวงจุ้ยผสมโหราศาสตร์ไทยระบบราศีจักร (ดวงอีแปะ) โหราศาสตร์พม่า (มหาภูติ) โหราศาสตร์มอญ (ทักษา) และรวมหลายวิชาอยู่ในเล่มเดียวกัน สอนตั้งแต่เริ่มต้นถึง พยากรณ์จร มีดวงตัวอย่างให้ท่านที่เป็นนักโหราศาสตร์ และไม่เป็นเลยก็สามารถอ่านแล้วเข้าใจ เพราะผู้เขียนจะไม่เขียนแบบวิชาการ จะเขียนแบบเราคุยกัน ถ้าหนังสือเล่มที่ท่านผู้อ่านให้การสนับสนุน ผู้เขียนก็จะเขียนเล่มต่อไปเรื่อยๆ มีดวงตัวอย่างและบ้านตัวอย่าง รวมทั้งทำเลหลุมฝังศพตัวอย่าง พร้อมทั้งวิธีแก้ไขเคล็ด


                                            ผู้เขียนเกิดที่โรงพยาบาลหัวเฉียว ใกล้สะพานกษัตริย์ศึก บ้านผู้เขียนในวัยเด็กอยู่ถนนบรรทัดทอง ใกล้ตลาดกลางไข่ ตลาดเจริญผล บิดาผู้เขียนเป็นคนมาจากประเทศจีน มารดาผู้เขียนก็มาจากประเทศจีน บิดาผู้เขียนมีบุตร 2 คน  มีบุตรชายหญิง 14 คน  ผู้เขียนเป็นคนโตในครอบครัว ในวัยเด็กเกิดมาก็พบความยากจนแล้ว บิดามารดาก็ส่งเรียนจนถึงมัธยม 2 (เทียบเท่า ป. 6 ) เมื่อก่อนผู้เขียนแซ่ตั้งชื่อเม่งเจีย เริ่มเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้านคือโรงเรียน กาญจนเทพวิทยา จนจบ ป. 4 โรงเรียนนี้มีคนดังที่เป็นเพื่อนผู้เขียนคือ พ.ต.อ. มนัส อริยะมงคล และ พ.ต.อ. พนัส อริยะมงคล ซึ่งในสมัยเด็กมีชื่อเล่นว่า เล็ก-ใหญ่ เพราะเป็นคู่แฝด และผู้เขียนเคยอ่านหนังสือพิมพ์พบอีกท่านหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเป็นโปรโมเตอร์ชื่อดัง เป็นบุตรชายของเจ้าของโรงเรียน ภูมิลำเนาย่านที่ผู้เขียนอยู่เป็นของคนจีนส่วนมาก ผู้เขียนเรียนจบ ป. 4 ที่ โรงเรียนกาญจนเทพและเรียนต่อ โรงเรียนรัตนานุศาสตร์ อยู่ถนนรองเมืองใกล้กับโรงเรียนสัตบุตรบำรุงปัจจุบัน ส่วนโรงเรียนที่ผู้เขียนได้ย้ายไปอยู่ที่พระโขนง ปัจจุบันคงเปลี่ยนชื่อแล้ว

       ผู้เขียนไม่ได้เรียนสูงเพราะความยากจนของครอบครัว แต่ผู้เขียนเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เป็นลูกจ้างเขาก็หาเวลาเรียนภาษาจีนบ้างที่โรงเรียนโรจนปัญญา เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมบ้าง เรียนเทควันโด ลีลาศ กีตาร์ กังฟู กระบี่กระบอง ผู้เขียนเคยเป็นลุกจ้างย้ายตลาดนัด สมัยก่อนที่สนามหลวงจะมีตลาดนัด ทุกเสาร์-อาทิตย์ ขายของตลาดนัดนี้ลำบากมาก ตอนวันศุกร์เที่ยงคืนต้องรับของขึ้นรถถึง 3 คัน ไปลงที่สนามหลวง ของที่ขายคือจานกระเบื้อง จานเคลือบ ช้อน กะละมัง แก้ว แจกัน และอีกหลายอย่าง ผู้เขียนตอนนั้นอายุเพียง 15 ปีเท่านั้น ต้องขนของเหนื่อยและต้องกางผ้าใบอีก กลางคืนก็ไปหิ้วน้าแถวพระแม่ธรณีบีบมวยผมมาสองถัง ต้องอาบอย่างประหยัดและนอนที่สนามหลวงเพื่อเฝ้าของด้วย แต่ไม่ได้เฝ้าหรอกครับ พอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย ใครจะหามไปลงทะเลก็ไม่รู้เรื่อง เพราะเพลียมาทั้งวัน เวลายืนขายของยังยืนหลับเลยครับ พอเสร็จจากวันอาทิตย์ก็ขนย้ายของเอาเต็นท์ลง แล้วก็ไปต่อใหม่ที่แถวยานนาวาตอนนั้นมีตลาดนัดวันจันทร์ พอขายที่ใหม่เสร็จก็ไปต่อที่หลังโรงเรียนวชิระ วันพุธก็ไปขายที่ตลาดนัดคลองเตย พฤหัส ศุกร์ ก็ไปขายที่ภาษีเจริญ เสาร์อาทิตย์ก็มาที่สนามหลวง และบางครั้งก็แยกร้านไปตามงานต่างจังหวัด เช่น งานพระสมุทรเจดีย์สมุทรปราการ งานที่นครปฐม ตรงที่เราไปไหว้พระเจดีย์ งานกาชาดที่แปดริ้ว(ฉะเชิงเทรา) งานที่อยุธยาตำบลหัวรอ พระราชวังจันทร์เกษม และอีกหลายแห่ง เป็นลูกจ้างอยู่ที่นี่ประมาณ 1 ปี ผู้เขียนก็เปลี่ยนงานมาเป็นลุกจ้างขายขนมที่จังหวัดนนทบุรี อยู่ที่นี่นาน 3 ปีครึ่ง อายุตอนนั้น 20 ปี แล้วก็ออกจากงาน ให้คุณแม่ยืมเงินน้าชาย 5,000 บาทมาเริมต้นกิจการ และก็เริ่มขายมาเรื่อยๆ ตอนมาขายของเองนี้ผู้เขียนล้ม(เจ้ง) หลายครั้งเพราะถูกน้องขโมยไปหมด ผู้เขียนตีเช็คเป็น 100 ใบเด้งหมด แต่ผู้เขียนไม่หนียอมติดคุก เพราะไม่มีเงินจะหนี ที่เขียนมานี่ไม่ได้ประจานใคร แต่อยากจะแนะนำท่านที่กำลังพบอุปสรรคการเงินอยู่ อย่าทำเกินตัวมากเกินไป ที่ผู้เขียนมีผู้เชิญไปดูฮวงจุ้ย(ทำเลบ้าน) ส่วนใหญ่ทำเกินตัวไป แก้เรื่องหนี้สินเสียส่วนใหญ่ ที่ผู้เขียนได้เขียนมานี้ไม่ได้มีเจตนาจะประจานผู้เชิญ ไม่ได้นินทาผู้เชิญ เพียงต้องการเป็นอุทาหรณ์ให้ท่านผู้อ่านได้รู้ และไปไตร่ตรอง ถ้าเกิดปัญหาแล้วทุกอย่างแก้ไขได้ ไม่ต้องวอร์รี่(worry) นะครับ จงสู้ต่อไปอย่างมากก็แค่ตาย คนเราถ้าไม่มีอุปสรรค ชีวิตคนนั้นก็จะรู้สึกว่าไม่มีรสชาติ เพราะเหตุการณ์เท่านั้นที่จะสร้างวีรบุรุษ ยกตัวอย่างเช่น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นต้น ท่านต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการมาแล้วทั้งนั้น ถึงจะเป็นคำว่ามหาราช คำนี้ไม่ได้อยู่ดีๆแล้วจะเป็นได้นะครับ


         ตอนผู้เขียนจะล้มหรือเซเรื่องการค้า ผู้เขียนได้ไปพบหนังสือเล่มหนึ่งเขียนว่า เป็นโหรภายใน 22 ชั่วโมงผู้เขียนก็คิดว่าลองซื้อมาอ่านเผื่อว่าแก่ตัว ถ้าการค้าล้มแล้ว ผู้เขียนมีวิชานี้ก็สามารถไปนั่งสนามหลวงได้ ยังไงก้ไม่อดตาย วิชานี้ปรกติผู้เขียนไม่เคยชอบเลย เพราได้ยินผู้ใหญ่คุยกันว่า ไปดูหมอแล้ว หมอก็ช่วยไม่ได้ ซ้ำเรียกค่าสะเดาะเคราะห์เสียอีก เหมือนดังอาจม กู้ที่แสดงอิทธิฤทธิ์เรื่องเปรต และมีวัดดังก็เลยหลอกคนให้ทำบุญ จะได้พบพระพุทธเจ้า เหล่านี้ผู้เขียนจะไม่เชื่อเลย แต่แล้วก็เหมือนฟ้าลิขิตให้ชีวิตเดินทางมาเป็นโหร ผู้เขียนกว่าจะมีวันนี้ได้ก็เพราะ คุณสืบศักดิ์ (ต๋อม)พันธ์สีลา ได้ชักนำผู้เขียนเข้ามาเขียนในหนังสือรายปักษ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งคุณสืบศักดิ์เป็นบรรณาธิการอยู่ และผู้เขียนก็ไม่เคยลืมบุญคุณของคุณสืบศักดิ์เลย คนเราแม้จะเก่งอย่างไร ถ้าไม่มีผู้สนับสนุน ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ ก็เหมือนหลักของฮวงจุ้ยมีอยู่ 3 ข้อ

1. ต้องทำบุญ

2. ต้องประพฤติดีมีจริยธรรม

3. ต้องแก้ฮวงจุ้ย

สามสิ่งนี้ถ้าพร้อมทุกคนเราจะไม่ตกต่ำเลย แม้มีอุปสรรคก็สามารถแก้ไขได้ ที่ผู้เขียนเปลี่ยนชื่อเป็น คลังจินดา คลังเงินตรากลัวเป็นคนจนผู้ยิ่งใหญ่ เหมือนดังเพลงที่คุณแอ๊ดคาราบาวร้อง

การดูถูกผู้อื่น

ทำเลบ้านตามหลักฮวงจุ้ย

ดูบ้านราคา 15.5 ล้านบาท
          มีคนมานิมนต์อาตมาให้ไปเทศน์ให้ช่างกลฟัง บอกว่าท่านช่วยเทศน์ให้มันหยุดตีกันที
           เทศน์เสร็จ อาจารย์บอกว่า มีเด็กคนหนึ่งดีมากไม่เคยไปตีกับเขาเลย
           อาตมาถามว่า อ้าวทำไม ไม่ไปตีกับเขาละ กลัวตายหรือ
           -เปล่าครับ.
           -กลัวติดคุกหรือ.
           -เปล่าครับ.
           -กลัวเจ็บหรือไง.
          -เปล่าครับ.
           -อ้าว แล้วกลัวอะไร.
           -ผมกลัวแม่น้ำตาตกครับ.
          ฟังแล้วน้ำตาพระซึมเลย.....

วิธีดับทุกข์
          เมื่อสองวันก่อน  อาตมาไปที่ศรีสะเกษ  ครูคงได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์
          อาจารย์ผู้หญิงปริญญาโท  ข้าราชการชั้้นโทรฆ่าตัวตาย  เพราะรักกับอาจารย์ชาย
แล้วผู้ชายเกิดไปแต่งงานกับหญิงอื่นที่ลำปาง
          อยู่อย่างนี้ทำอย่างกับญี่ปุ่นแพ้ทัพ  เอามีดคว้านท้องตัวเอง แทงเข้าที่ลิ้นปี่ตาย
          ลึกๆ แล้วน่าสงสาร  
          แต่นึกอีกที  ตายซะได้ก็ดี  ขืนอยู่มีลูกมีเต้าต่อไป
         คงจะแพร่พันธ์ุโง่อย่างนี้ออกมาอีกหลายคน
         *อย่างนี้เขาเรียกว่า  ความรู้ท่วมหัว  เอาตัวไม่รอด*

ถูกหลอกใช้
         โดยธรรมชาติของจิตใจมนุษย์... จะไหลลงสู่ที่ต่ำ... หรือที่เรียกว่าใฝ่ต่ำ...คือชอบกินเหล้า...เล่นการพนัน...เที่ยวกลางคืน...มักมากในกาม...
            สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่ากิเลส...
            มนุษย์ส่วนใหญ่จึงถูกกิเลสจิกหัวใช้...ให้ทำตามที่มันต้องการ...
            แล้วมนุษย์เราก็เป็นทาสที่ซื่อสัตย์...รับใช้มันด้วยความจงรักภักดี...
ทำตัวเหมือนลูกฟุตบอล...กิเลสมันจะเตะไปทางไหนก็กลิ้งตามมันไป...
            ทำไมเราไม่ทำตัวเป็นหินบ้าง....ไม่ยอมให้กิเลสมาจิกหัวใช้และไม่ยอมกลิ้งง่ายๆ 
            ถ้ากิเลสมันมาเตะก็ให้เจ็บตีนบ้าง เราต้องเอาชนะกิเลสบ้าง เลิกเป็นทาสเสียที เมืองไทยเลิกทาสมานานแล้ว...
            พระท่านจึงบอกว่า...
            คนฉลาด...ใช้กิเลส
            คนโง่...ถูกกิเลสใช้
ยามศึกเรารบ...ยามสงบเราเตรียมพร้อม

                คนสมัยก่อนเป็นคนดี มีปัญญา ใจบุญสุนทาน เขาจึงอยู่กันอย่างมีความสุขและสงบ...
         เวลาเขาไปวัด  เขาเอาดินไปก้อนหนึ่ง เอาทรายไปถุงหนึ่ง เอาไปเทไว้ที่วัดเพื่อใช้หนี้วัด...
         เพราะเวลาเดินกลับจากวัด จะมีดิน มีทรายจากวัดติดเท้ามา การเอาของวัดมาเป็นของตนถือว่าบาป...
         แต่ปัจจุบัน จิตใจคนต่ำลงมาก...
         นอกจากไม่ทำบุญ ไม่ไหว้พระ ไม่เอาดิน เอาทรายมาคืนวัดแล้ว กลางคืนยังแอบมาชอร์ตปลาในสระวัดอีก...
         สมภารเห็นเข้า ก็เลยไปสอนให้รู้ผิดชอบชั่วดี ว่ามันบาป ตายไปตกนรก สมบัติวัดเป็นของส่วนรวม เป็นของศักดิ์สิทธิ์ คนเลวเท่านั้นที่เอาไปเป็นของส่วนตัว....
         ไอ้ชาติชั่วที่ไปขโมยปลาวัด ฟังแล้วแทนที่มันจะสำนึกบาป...
         มันหันตะแกรงที่ชอร์ตปลา มาชอร์ตสมภารซะตายเลย...
         *เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เวลาสอนเทศน์คนเลว ต้องเตรียมพร้อมด้วย... เดี๋ยวนี้อาตมาเวลาเทศน์ ส่วนใหญ่ยืนเทศน์ เพื่อความไม่ประมาท*

เทศนา ฮา...สุดขีด โดยสมคิด ลวางกูร

ใครจะแน่กว่ากัน
          การทำงานมันต้องมีอุปสรรคทั้งนั้นแหละ...ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมีความอดทนและมีความพยายามมากน้อยแค่ไหน 
          มีอยู่ครั้งหนึ่ง โดนหนักเลย กำลังเทศน์เรื่องเหล้า
          ไอ้ขี้เมาคนหนึ่ง ไม่รู้ว่ามาจากไหน เมาสากตำข้าวมากระทุ้งใต้ถุนศาลา ตึ้ง...ตึ่้ง...
          เราก้มลงไปดู พื้นยังไม่ทะลุ เทศน์ต่อ
          เพราะตั้งใจไว้แล้วว่า...ชาตินี้จะทำหน้าที่เผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้าให้ดีที่สุด...
          เทศน์ไปแล้ว มันจะเกลียด จะไม่พอใจ ก็ช่างหัวมัน
ถ้ามันเล่นแรง...ยิงตกธรรมมาสน์...ยังไม่ตายจะลุกขึ้นมาเทศน์ต่อ...

เปลี่ยนวิธีการสอน....

การสอนของครูปัจจุบัน ไม่เป็นการส่งเสริมให้เด็กมีคุณธรรมเลย เช่นโจทย์เลขบอกว่า...
     แม่ค้ามีมะม่วง 10 ผล เน่าเสีย 3 ผล จะเหลือมะม่วงกี่ผล?...
     โจทย์แบบนี้เด็กจะไม่ได้อะไรเลย   ควรเปลี่ยนใหม่เป็น...
    *แม่มีลูก 3 คน ออกจากบ้านแต่เช้าไปเก็บมะม่วงในสวนได้ 30 ผล นำไปขายในตลาดได้ผลละ 3 บาท...
เพื่อนำเงินที่ได้มาด้วยความยากลำบาก มาให้ลูกไปกินโรงเรียนคนละ 20 บาททุกวัน...
    * วันหนึ่ง พ่อทำตัวชั่วช้า ติดเหล้า เล่นการพนัน บีบคอแม่บังคับเอาเงินไปซื้อเหล้า 60 บาท... ลูกจะเหลือเงินไปกินโรงเรียนคนละกี่่บาท....
      แม้โจทย์นี้จะยาวไปหน่อย...แต่เด็กก็ได้ความคิดว่า...
      แม่ต้องทนลำบาก เหน็ดเหนื่อย เพื่อหาเงินมาให้เราไปเรียน...
     เหล้าและการพนันเป็นเรื่องไม่ดี... ถ้ามีคนในครอบครัวไปติด...คนอื่นๆก็จะได้รับความเดือดร้อนไปด้วย...
     โจทย์เลข มันต้องทำให้เด็กรู้ด้วยว่า อะไรชั่ว อะไรดี สอนให้มีคุณธรรมและกตัญญู เด็กจะได้โตเป็นคนดีของสังคม...
 19/83 ม.5 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
  สอบถามข้อมูลโทร.081-4458366
  เวลาทำการ 08.00-18.00น.
  ธีรชาติ คลังเงินตรา

 
   เบาะหนังรถยนต์   หลอด LED   ไมโครไพล์   รถลาก   แรงงานต่างด้าว   บริษัทรักษาความปลอดภัย  
เว็บสำเร็จรูป
×